รณรงค์ 7 กลุ่มเสี่ยงรับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

กรมควบคุมโรค รณรงค์ 7 กลุ่มเสี่ยงรับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เน้นหนักในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ และเด็กเล็กอายุ 6 เดือน – 2 ปี เพราะมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนและเสียชีวิตสูงกว่าคนปกติ 6 เท่า พร้อมเชิญชวนกลุ่มผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) เข้ารับวัคซีนให้ครบทุกคน เริ่มให้บริการ 1 มิ.ย. – 31 ส.ค. 61นี้ที่สถานบริการสาธารณสุขของรัฐใกล้บ้านฟรี

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายที่จะให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงเป็นประจำทุกปี เนื่องจากในช่วงนี้ของทุกปีอากาศมักจะเปลี่ยนแปลงประกอบกับไทยเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว ทำให้โรคติดต่อทางเดินหายใจ โดยเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่มีโอกาสที่จะแพร่กระจายเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุข จะเริ่มให้ฉีดวัคซีนดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. – 31 ส.ค. 2561 แก่ 7 กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อโรค ได้แก่ 1.หญิงตั้งครรภ์ 2.เด็กอายุ 6 เดือน – 2 ปี 3.ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง (ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน) 4.บุคคลที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป 5.ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ 6.ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง (รวมผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ) และ 7.ผู้ที่มีโรคอ้วน (น้ำหนัก >100 กิโลกรัม หรือ BMI >35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร)

ในปี 2561 กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรคมุ่งเน้นรณรงค์ให้กลุ่มหญิงที่ตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไปและกลุ่มเด็กอายุ 6 เดือน – 2 ปี เข้ารับการฉีดวัคซีนทุกคน เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวเมื่อป่วยแล้วจะมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนและเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงกว่าคนปกติที่ป่วยถึง 6 เท่า โดยจำนวนผู้ป่วยในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีของปี 60 พบกว่า 12,926 ราย (คิดเป็นร้อยละ 6.43 ของผู้ป่วยทั้งหมด) ประโยชน์ของการได้รับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์จะทำให้ป้องกันการเกิดโรคได้มากถึง 70-90% ทั้งยังป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อน และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดโอกาสการป่วยในทารกหลังคลอดด้วย สำหรับกลุ่มเด็กอายุ 6 เดือน – 2 ปี นอกจากป้องกันการแพร่กระจายโรคแก่คนรอบข้างแล้ว ยังลดความรุนแรงและอัตราการนอนโรงพยาบาลและเสียชีวิตด้วย วัคซีนตัวดังกล่าวมีการทดสอบว่าปลอดภัยกับหญิงตั้งครรภ์และเด็กแน่นอน. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth